20
Mar
09

wanna learn some slangs?

What’s up, y’all?

 

Today I’m going to do something that English teachers are not supposed to do. I’m going to teach you some American slangs. So, people get ready!

ในช่วงปิดเทอมแบบนี้ จะขอพักแกรมม่าหนัก ๆ ไว้ก่อนนะคะ มาลองเรียนอะไรที่สนุกสนานกันดีกว่า วันนี้เราจึงจะมาพูดเรื่องคำ slang กัน

ก่อนอื่นคำ slang คืออะไร ใครรู้ยกมือขึ้น😀

 

But first, what are slangs?

Slang is the use of highly informal words and expressions that are not considered standard in the speaker’s dialect or language.

from Wikipedia.com

 

ยกมือกันเพียบเลย ดีมาก

 

Slang หรือ ภาษาไทย เราทับศัพท์ว่า “คำแสลง” (ชื่อฟังดูพิลึกชอบกล) คือ คำศัพท์หรือสำนวนที่เอามาใช้กันอย่างไม่เป็นทางการและไม่ถือเป็นภาษาถิ่นหรือภาษาแบบมาตรฐาน

อาจารย์ขอเสริมอีกว่า slang เป็นภาษาเฉพาะกลุ่มน่ะค่ะ อาจเป็นคำที่มีอยู่เดิมในภาษานั้น ๆ อยู่แล้ว แต่นำมาใช้ในความหมายใหม่ หรือเป็นคำที่เพิ่งคิดค้นกันมาเลยก็ได้

ยิ่งในโลกเทคโนโลยีปัจจุบัน คำใหม่ ๆ ก็เกิดขึ้นมากมายในแต่ละวันจนสถาบันราชบัณฑิตเปิดดิคตามไม่ทันเลยอ่ะค่ะ เช่น คำว่า google ไง ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นคำกริยาที่ใคร ๆ ก็ใช้กันไปแล้ว

แล้ว slang มันต่างจากภาษาพูดทั่วไปอย่างไร  slang มีดีกรีของความไม่เป็นทางการสูงกว่า มักเอาไว้ใช้ในหมู่เพื่อน ถ้าไปพูดกับผู้ใหญ่เค้าก็อาจงง หรือมองว่าไม่สุภาพได้

และเจ้า slang เนี่ยมันเป็นคำที่ใช้กันเฉพาะกลุ่ม เฉพาะวัฒนธรรม คนต่างสมัยหรืออยู่กันคนละประเทศก็อาจใช้ไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าฝรั่งทุกคนจะเข้าใจ slang นะ เช่น

คำบางคำในเพลงแร็พของคนผิวดำ ไปถามคนผิวขาวบางคนเค้าก็แปลไม่ออกเหมือนกัน นักวิชาการบางคนมองว่าคำ slang เหล่านี้มันเป็นพวกเกิดง่าย ตายเร็ว ซึ่งส่วนตัวแล้ว

อาจารย์คิดว่าก็ไม่เสมอไปหรอกนะ คำบางคำใช้กันตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ยันรุ่นลูกเลย วันนี้เลยจะมาขอเสนอคำแสลงที่เราอาจได้ยินกันบ่อย ๆ แต่ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร (แต่บางคนอาจรู้ดียิ่งกว่าอาจารย์ด้วยซ้ำ)

เอาแบบพองาม ไม่หยาบคายจนเกินไปแล้วกันนะ

สงสัยบล็อกอาจารย์วันนี้จะขึ้นตัวอักษร “น” แล้วนะ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรใช้วิจารณญาน

 

 

 

 

 

 

 

มาเรียงกันตามตัวอักษรดีกว่า

ตอนแรกขอนำเสนออักษร A-H

 

ass  (n.)

ดั้งเดิมแล้วแปลว่า บั้นท้าย หรือแปลว่า ลา (สัตว์ชนิดหนึ่งที่คล้ายม้า) แต่ปัจจุบันเอามาใช้เรียกคนโง่ หรือคนที่ทำตัวน่ารังเกียจ ตัวอย่าง เช่น

Robert is such an ass. He keeps talking about how rich he is and looks down on everyone.

อีตาโรเบิร์ตเนี่ยงี่เง่าจริง ๆ ชอบคุยถึงความรวยของตนเอง และยังดูถูกคนอื่นอยู่เรื่อย

 

asshole  (n.)

คงไม่ต้องบอกเลยว่าคำนี้แปลว่าอะไร คำนี้เป็นคำด่าที่ไม่ค่อยสุภาพ (แต่ยังไม่หยาบมากนัก) แปลว่า คนที่ทำตัวแย่มาก ๆ

It’s good that Jenny broke up with that asshole.

ดีแล้วที่เจนนี่เลิกกับคนทุเรศแบบนั้นได้

 

awesome  (adj.)

คำนี้แม้ไม่ใช่แสลง แต่ขอใส่เข้าไปหน่อย เพราะวัยรุ่นอเมริกันพูดกันติดปากเหลือเกิน แปลว่า สุดยอด เริ่ดค่ะ

That concert was totally awesome.

คอนเสิร์ตวันนั้นสุดยอดไปเลย

 

boo  (n.)

ถ้าเป็นเมื่อก่อน boo คงหมายถึงเสียงที่เราร้องเวลาจะหลอกให้เพื่อนตกใจ แต่ปัจจุบันนี้ความหมายแปลว่า ที่รัก หรือแฟนไปแล้ว คาดว่าคงผันมาจากคำแสลงเช่น baby หรือ babe ที่มีความหมายเดียวกัน

I love you, boo.

ฉันรักเธอนะ ที่รัก

 

booze  (n.)

ใช้กันมานานแล้ว แปลว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ

I told him to cut down on the booze.

ฉันบอกเขาให้เพลา ๆ เรื่องเหล้าลงหน่อย

 

bro  (n.)

เป็นแสลงแบบคนผิวดำ ที่ย่อมาจากคำว่า brother ใช้เรียกเพื่อนผู้ชายที่สนิทกัน (ไม่สนิทจริงอย่าเรียก เพราะฝรั่งไม่ชอบให้คนมาตีซี้) แต่ต้องระวังนิดนึงเพราะคำนี้มีหลายความหมาย

How’s it going, bro?

เป็นไงบ้างเพื่อน

 

buck  (n.)

แปลว่า ดอลลาร์ ค่ะ

Did you pay 100 bucks for this t-shirt?

เธอจ่ายเงิน 100 เหรียญเพื่อซื้อเสื้อนี้น่ะหรือ

 

chick  (n.)

แปลว่า ผู้หญิงสาวค่ะ แต่เรียกแบบไม่ค่อยให้เกียรติสักเท่าไหร่

Check out that chick.

ดูสาวคนนั้นสิ

 

cool  (adj.)

คำนี้คงรู้จักกันหมดแล้ว แปลว่า เท่ห์ ค่ะ (สะกดอย่างงี้หรือเปล่า)

The lead singer is so cool.

นักร้องนำเท่ห์มาก

 

crap  (n.)

เป็นคำที่ความหมายไม่น่าพิศสมัยเอาเสียเลย เพราะมันแปลว่า อุนจิ ค่ะ (คนละคำกับ crab ที่แปลว่า ปู นะ ออกเสียงพยัญชนะท้ายดี ๆ หน่อยละกัน)

เป็นแสลง จะแปลว่า ของห่วย ๆ หรือเรื่องเหลวไหลไร้สาระ ไม่ค่อยสุภาพนะเด็ก ๆ

Racism is crap.

การเหยียดผิวเป็นเรื่องที่เหลวไหลมาก

 

diss  (v.)

มาจากคำว่า disrespect (ไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติ) จึงแปลว่า ด่า หรือ ดูถูก เป็นภาษาแบบคนผิดวดำค่ะ

You have no rights to diss me like that.

เธอไม่มีสิทธิ์มาดูถูกฉันนะ

 

ditch  (v.)

แปลว่า หนี (เรียน)  หรือ ทอดทิ้งกันกลางอากาศก็ได้ (เหมือนคำว่า dump)

Sandra ditched me once we got to the party.

ซานดร้าทิ้งทุ่นฉันทันทีที่ไปถึงงานเลี้ยง

 

eye candy  (n.)

ใช้พูดถึง คนสวย คนหล่อ ที่ดูแล้วเพลินตา (สติปัญญาไม่สำคัญ)

Jeff likes to hang out at the mall and see some eye candy.

เจฟชอบใช้เวลาอยู่ตามห้าง คอยเหล่สาวสวย ๆ

 

emo  (n.)

เป็นคำที่คนยังถกเถียงกันอยู่ว่ามันมีที่มาจากอะไรกันแน่ แต่หลายกระแสบอกว่า มาจากคำว่า emotional (เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก)

emo เป็นคำล้อเลียนเด็กวัยรุ่นที่ชอบทำตัวซึมเศร้า เกลียดโลก เสมือนว่าชีวิตไม่มีอะไรดี ทั้ง ๆ ที่ความจริงมักมาจากครอบครัวฐานะดี ไม่มีเรื่องให้ทุกข์ร้อน

นอกจากนี้ emo ยังถูกใช้เรียกดนตรีประเภทหนึ่งที่คนมองว่าพวก emo ชอบฟัง คนตรีประเภทพังค์แบบซอฟท์ ๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความเศร้าเหงาหงอย

(ถ้าข้อมูลผิด ก็ขออภัยด้วยนะคะ)

Matt is an emo. He never smiles and looks miserable.

แมทเป็นเด็กอีโม เขาไม่เคยยิ้ม และหน้าตาเหมือนแบกโลกเอาไว้

 

fag  (n.)

คำนี้เป็นคำที่สะท้อนความแตกต่างของวัฒนธรรมได้ดี ถ้าไปพูดที่อังกฤษจะแปลว่า บุหรี่ ค่ะ แต่ถ้าพูดที่อเมริกา คนจะสะดุ้งนิดนึง

เพราะเป็นคำที่แสดงการเหยียดบุคคลเพศที่ 3 อย่างรุนแรง ไม่ควรใช้อย่างยิ่ง

 

freak  (n.)

แปลว่า ตัวประหลาด คนเพี้ยน ๆ ค่ะ แต่บางทีก็มีความหมายว่า ทุเรศ ได้เหมือนกัน

The new neighbor is a freak. He likes to stare at me.

เพื่อนบ้านค้นใหม่น่ะประหลาดมาก ชอบจ้องมองฉันอยู่ได้

 

gaydar  (n.)

เป็นคำที่น่ารักดีค่ะ มาจากการรวมกันของคำว่า gay + radar แปลว่า เครื่องตรวจจับรังสีความเป็นเกย์ค่ะ

His gaydar is always right. He can tell who is gay or straight just in a few seconds.

เครื่องเกย์ดาร์ของเขานี้แม่นยำมาก บอกได้เลยว่าใครเป็นชายแท้ ใครเป็นชายเทียม

 

geek  (n.)

ใช้เรียกคนที่มีลักษณะทึ่ม ๆ ชอบเก็บตัว และมีมักหมกมุ่นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง (คงเทียบได้กับพวก Otaku ในการ์ตูนญี่ปุ่น)

They are computer geeks.

พวกเขาเป็นพวกบ้าคอมพ์

 

hot  (adj.)/ (hottie)  (n.)

ไม่มีใครไม่รู้จักคำนี้เป็นแน่ hot มีความหมายว่า ร้อนแรง เซ็กซี่ (สมัยอาจารย์เด็ก ๆ ไม่มีใครอยากถูกเรียกว่า เซ็กซี่ แต่ปัจจุบันนี้กลายเป็นเรื่องธรรมกดาไปแล้ว)

คำนี้ใช้ได้กับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ที่อยากให้ระวังเอาไว้คือ เห็นอากาศร้อน ๆ แบบนี้ หลายคนมักชอบบ่นว่า I’m hot!  ซึ่งถ้าฝรั่งได้ยินคงต้องหันมามอง ที่ถูกควรพูดว่า It’s hot. หรือ The weather is hot.  (อากาศมันร้อน) จะดีกว่าค่ะ

hottie เป็นคำนาม แปลว่า สาวฮอทหรือหนุ่มฮอทค่ะ

 

แค่นี้ก่อนนะคะ หิวแล้ว

อาจารย์อิน


10 Responses to “wanna learn some slangs?”


  1. 1 "lazy student"
    March 20, 2009 at 5:43 am

    555555555555555

    เหตุผลที่พอแค่นี้คือ หิวแล้ว 0..0
    !!!!!!!!!!!!!!!??

    55555555555555

    ขอบคุณสำหรับคำใหม่ๆค่ะ
    แต่ก็คงไม่ได้เอาไปใช้
    เพราะใช้ไม่เป็น 55

    แล้วอย่างแบบคำว่า dude (สะกดอย่างงี้ป่าวไม่แนใจค่ะ)
    ex. hey dude (ที่เป็นคำทักทายอ่าค่ะ)
    เป็นแสลงด้วยรึเปล่าคะ

    ไปกินข้าวมั่ง -3-
    บ้ายบายค่ะ

  2. 2 iwashiro
    March 20, 2009 at 11:08 am

    สวัสดีค่ะ อาจารย์
    ดีใจจังเลย ที่อาจารย์ยังเอาเรื่องดีดีมาลงบล็อก หนูตามอ่านอยู่นะคะ
    ถึงจะเรียนจบคอร์สแล้ว ก็ยังคิดถึงอาจารย์อยู่ค่ะ

    หนูไปเล่นเกมออนไลน์เซิร์ฟเวอร์อเมริกา เจอแต่เด็กฝรั่งคุยแสลงกัน
    รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างอ่ะค่ะ

    คำแบบว่า omg, btw อะไรเยอะแยะเลยที่แปลไม่ออก

    หนุคุยกะฝรั่งไม่รู้เรื่องก็พิมพ์ ^_^ (แบบว่าทำเนียนๆไป)

    เวลาฝรั่งเล่นมุข ติดนิสัยมาจากเล่น msn กะเพื่อน ก็หัวเราะว่า 555+ แต่พอนึกอีกทีว่า
    ฝรั่งคงไม่เข้าใจ เพราะ เค้าออกเสียงเป็น fivefivefiveplus

    สับสนกะแสลงจิงๆค่ะ ขอบคุณมากที่เอาเรื่องนี้มาลงนะคะ กำลังหาอ่านอยู่พอดี

  3. 3 โย่ว
    March 21, 2009 at 11:56 am

    กำลังคิดว่า พวกเรามาตั้งคำแสลงเฉพาะกลุ่มกันบ้างดีไหมคะ อิอิ ให้อ.เริ่มเลย เอิ๊กๆ

  4. 4 intira
    March 21, 2009 at 11:59 am

    To Lazy student

    ความหิวเป็นเหตุผลที่ดีเสมอค่ะ

    dude ก็เป็นคำแสลงค่ะ (แต่ปัจจุบันออกจะเชยนิดนึงแล้ว ก็ใช้กันมาตั้งแต่ยุค 80 นึกดู) เอาไว้ใช้เรียกคนที่เราสนิทสนมด้วยค่ะ

    ดังนั้น Hey, dude ก็จะเหมือนกับ Hey, man. แปลเป็นไทยก็ทำนอง “ว่าไงเพื่อน” แต่อย่างที่บอกแหละ ถ้าไม่สนิทกัน แล้วไปทักเขาแบบนี้ อาจมีเคือง

    ขอบคุณสำหรับคำถามนะคะ

    To Iwashiro

    ดีจังที่บล็อคนี้ทำประโยชน์ได้บ้าง ขอบคุณที่คิดถึงกันค่ะ

    ห้องแชทของแบบอินเตอร์ก็ดีค่ะ ช่วยให้เราได้ฝึกภาษา แต่ฝรั่งทุกคนก็ไม่ได้ใจดีหรอกเนอะ (ก็มีคนดี คนไม่ดี อยู่ทุกชาติแหละ)
    บางคนก็ชอบดูถูก บางคนก็น่ากลัวค่ะ แต่ก็มีคนที่เป็นมิตร คุยกันได้บ้าง

    ถ้าอยากเข้าใจว่า อักษรย่อที่เค้าใช้กัน แปลว่าไร (มีเยอะมาก) ลองดูเว็ปนี้ค่ะ
    http://www.uscash.net/tips/chat.html

    ครั้งต่อไปถ้าอยาก 555+ กับฝรั่ง ต้องพิมพ์ว่า LOL ค่ะ (Laughing Out Loud)

    อาจารย์อิน

    ปล. วันจันทร์ต้องเริ่มสอน Summer แล้ว ใครอยากเรียน Reported Speech รอบ 324 เชิญได้ค่ะ fivefive😛

  5. 5 intira
    March 21, 2009 at 12:10 pm

    To โย่ว

    อาจารย์ริเริ่มไปแล้วคำนึงนะ (ใช้อยู่คนเดียว)

    ติ้วเต้ย (tewteuy) เป็นทั้ง v., adj., adv., n. แปลว่า ไร้สาระ ไม่สำคัญ บ้าน ๆ เช่น

    A: ทำอะไรอยู่น่ะ
    B: นั่งเล่นติ้วเต้ย (= นั่งเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร)

    A: ไปซื้อของ ได้อะไรมา
    B: ก็แค่เสื้อผ้าติ้วเต้ย

    อะไรประมาณเนี้ย

    อาจารย์อิน

  6. 6 "lazy student"
    March 21, 2009 at 1:37 pm

    ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ
    ได้ยินมานานแต่ก็ใช้ไม่ถูกมานานเหมือนกัน -0-”

    “ติ้วเต้ย”
    ชอบค่ะ ตลกอ่ะ 55

    ตอนนี้ชอบเพลง better ของ boyzone มากเลยอ่าค่ะ
    อย่าลืมไปฟังนะคะ >o<
    “Our love has changed
    it’s not the same
    And the only way to say it
    is say it.. it’s better ”
    มันก็พอจะเข้าใจค่ะแต่ว่า รบกวนอ.ช่วยเรียบเรียงให้หน่อยได้มั้ยคะ ._.

    ขอบคุณมากค่ะ
    =]

  7. 7 intira
    March 22, 2009 at 4:54 am

    To Lazy student

    เพลงนี้อาจารย์ก็ชอบนะ เป็น cover ของ Tom Baxter ซึ่ง Boyzone ก็ทำออกมาได้ดีนะคะ น่ารักดีทั้ง 2 แบบ
    http://www.youtube.com/watch?v=7aCD-HVx9pM (เวอร์ชั่นดั่งเดิมค่ะ)

    เนื้อเพลงเรียบง่าย แต่โรแมนติกค่ะ จะลองแปลแบบติ้วเต้ยตามประสาอาจารย์ดูนะ

    Our love has changed,
    It’s not the same,
    And the only way to say it –
    Is say it – It’s better.

    I can’t conceal,
    This way I feel,
    For all the time we spent, together,
    Forever – Just gets better.

    See what I’m trying to say is:
    You make things – better
    And no matter what the day is,
    With you here – it’s better.

    I’ll stand by you,
    If you stand by me.
    I think time that I, reveal it,
    ‘Cos I believe it –
    It’s better.

    ความรักของเราได้เปลี่ยนไปแล้ว
    มันไม่เหมือนดังเดิม
    ทางเดียวที่จะบอกให้เธอรู้
    คือบอกตรง ๆ ให้เธอรู้
    ดีกว่า

    (ตรงนี้เค้าเล่นคำนิดนึง เพราะตีความได้ 2 อย่าง คือ การบอกตรง ๆ ดีกว่าการเก็บเงียบไว้
    หรือ หมายถึง รักของเรานั้นดีกว่าเดิม หลอกให้คนฟังงงว่าจะมาขอแต่งงาน หรือ บอกเลิก 55)

    ฉันไม่อาจซ่อน
    ความรู้สึกที่มี
    เพราะตลอดเวลาที่เราอยู่ร่วมกัน
    ทำให้ฉันอยากจะอยู่อย่างนี้ไปชั่วนิรันดร์

    เห็นไหม ว่าที่ฉันพยายามจะบอกเธอ คือ
    เธอทำให้อะไร ๆ ดีขึ้น
    ไม่ว่าจะเป็นวันไหน
    หากมีเธออยู่ตรงนี้ ทุกอย่างมันดีขึ้น

    ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ
    หากเธอจะยืนเคียงข้างฉัน
    ถึงเวลาแล้ว ที่จะเปิดเผยไป
    เพราะฉันเชื่อมั่นในใจ
    ว่ามันดีกว่าเดิม

    แอบเน่านิดนึง ประมาณนี้แหละค่ะ

    อาจารย์อิน

  8. 8 "lazy student"
    March 22, 2009 at 1:57 pm

    โว้ววววววววววววววววววว
    ให้อ.แปลท่อนเดียว
    กรุณาแปลให้หมดเลย … 5555
    ขอบคุณมากกกกกกกกกกกนะคะ =]

    ไปฟังแบบเก่ามาแล้วนะคะเพราะเหมือนกัน >o<
    แต่อ.คิดเหมือนหนูมั้ยว่า เอ็มวีของBoyzone น่ากลัว โน๊ะคะ ~.~
    แต่ละคู่น่ากลัวมาก แอบเห็นคำนี้ .. skool .. แปลว่าอะไรหรอคะ ??
    หรือว่ามันย่อมาจาก is cool 5555 คิดเอาเองเพราะเดาจากคำที่อยู่ข้างบนคำนี้อ่าค่ะ ;p
    คือถ้าถูกนี่แบบ 0..0 5555

    พรุ่งนี้เปิดซัมเมอแล้วววววว
    ขอให้อ.โชคดีไม่เป็น lazy student LOL
    โชคดีนะคะ🙂

    • 9 intira
      March 24, 2009 at 12:05 am

      เห็นด้วยว่าเอ็มวีของ Boyzone อันนี้ น่ากลัวจริง ๆ

      คิดว่า skool น่าจะมาจากคำว่า school นะ

      อาจารย์อิน

  9. 10 "lazy student"
    March 22, 2009 at 1:59 pm

    พิมผิดนี่นา -3-

    ขอให้อ.โชคดีไม่เจอ lazy student LOL


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: